ไม่มีอะไรมากค่ะ..

ตามชื่อเรื่อง..

 

ความเชื่อที่ว่า..

รางวัลของการรอคอย .. คือใครสักคนที่เรานั่งนับวันเวลา..

"รอคอย..ใครสักคนที่เป็นของฉันจริง ๆ" เดินทางมาถึง

 

อากาศหนาวแล้ว...

ขอให้ใครสักคน คนนั้น ดูแลสุขภาพให้ดี..

เก็บร่างกาย และอารมณ์ ที่ดี ๆ ไว้ให้ติ๊งโหน่ง

แล้วเรามาใช้ชีวิตร่วมกันนะค๊ะ ... 

 

ติ๊งโหน่ง..

รออยู่นะ..

 

 

เขียนไว้ในวันที่... 

อากาศมันหนาว.. และยังไม่มีใคร

เลยคิดถึงใครสักคนค่ะ

เผื่อจะยังมีใครรอติ๊งโหน่งอยู่เช่นกัน

.....

แล้วติ๊งโหน่งจะรักใครคนนั้นให้มากกว่าใครทุกคนที่เคยได้เจอมาค่ะ

 

จุ๊บุ๊ จุ๊บุ๊

หนาวเน๊อะ มีใครให้กอดคงจะดี

 

 

เมื่อข้าพเจ้า..โดนจัดฉาก

posted on 19 Nov 2009 14:31 by tathinknhong

เมื่อวันอาทิตย์...

 

ติ๊งโหน่งมีวิบากกรรมบนความสนุกสนานของชีวิตค่ะ

ความว่า...

 

ตั้งแต่เช้ามืด..

พี่ดำ มิตร สนิท ขอให้ติ๊งโหน่งช่วยขับรถจากสีชามากรุงเทพให้หน่อย

ซึ่งตอนสิบเอ็ดโมงติ๊งโหน่งมีนัดที่สีชาอีกรอบ

7.30 - 9.00 สีชา-กรุงเทพ (พี่ดำ)

9.00 - 9.30 ท่าเรือ-ประตูน้ำ (เพื่อนพี่ดำ)

9.30 - 10.50 ประตูน้ำ-สีชา (ป้าสร้อยฟ้า)

10.50 - 12.00 ประชุม

12.00 - 12.30 ส่งป้าสร้อยฟ้า

12.30 สีชา - กรุงเทพ (มารับพี่ดำอีกรอบ)

คือเรียกง่าย ๆ ภายในค่อนวันติ๊งโหน่งรับส่งคนระหว่างกรุงเทพสีชา

สิริรวมได้ 400 กิโล

 

ทีนี้มันมีฉากหนึ่งที่ติ๊งโหน่งต้องขับรถไปส่งคุณป้าสร้อยฟ้า

ก่อนลงป้าสร้อยฟ้า เห็นลูกประคำ ที่ติ๊งโหน่งใช้สวดมนต์

ป้าสร้อยฟ้าถามว่า ประคำนี้ ต้องไปหาซื้อที่ไหนเหรอลูก

ป้าอยากซื้อ..

ติ๊งโหน่งพูดแบบไม่ได้คิด..

ป้าเอาเส้นนี้ไปเลยค่ะ โหน่งมีตั้ง สามเส้นแหน่ะ

ป้ายิ้ม แล้วอวยพรให้ติ๊งโหน่ง อวยชัยให้พรใหญ่เลยค่ะ

....................

 

ภาพตัดมา..

ติ๊งโหน่งต้องไปรับพี่ดำจากจุดที่ส่งในตอนเช้า..

เพื่อสร้างภาพกับคนรอบบ้านว่า..

ติ๊งโหน่งมีแฟน ไม่ได้อยู่คนเดียว..

เรียก ง่าย ๆ จัดฉาก ..

งานนี้ติ๊งโหน่งรู้กันพี่ดำอยู่แล้วว่าเราเป็นได้แค่ไหนกัน

 

ขึ้นรถเสร็จพี่ดำก็หลับ

มาตื่นอีกทีนึงก็ฟูดแลนด์รามอินทรา

ติ๊งโหน่ง กับพี่ดำก็กินข้าว

กินข้าวแล้วเข้าไปซื้อของ..

พี่ดำก็ทำการเปิดโปรโมชั่น..

"นาทีทอง" อยากได้อะไรคว้าไปเลย วันนี้พี่ดำจ่ายให้...

ติ๊งโหน่ง เกรงใจ๊ เกรงใจ..

หยิบไม่กิ่ชิ้นพันกว่า...

เพราะ...ลางสังหรณ์อะไรสักอย่างมาเตือน

 

...............

 

และแล้ว...

มันก็มา...

 

 

 

เอาของใส่รถ...

สตาร์ทรถ...

แชะ...ฟีดดดดดดดดดดด

 

อ๊ะ ๆ...เป็นไร

อีกรอบ

 

แชะ...ฟีดดดดดดดดดดด

 

คิด....

สงสัยแบตหมด

 

คิดเข้าข้างตัวเอง...

ถ่านไฟเก่าไม่กำเริบเลยหรือนี่

 

สตาร์ทอีกรอบ...

เงียบดังเดิม.....

 

เอาไงดีฟระ!!

ติ๊งโหน่ง กับ พี่ดำหันมาหัวเราะ

เสมือนหนึ่งเป็นเรื่องปกติที่เราทำกัน

คือไม่ว่าจะเจอสถานการณ์อะไร หัวเราะกันไว้ก่อน..

นี่แหล่ะ คือสิ่งที่ติ๊งโหน่งกับพี่ดำรักกัน..

 

ว่าแล้วก็เดินไปเปิดกระโปรงรถ

แล้วคำนวนเวลาที่เปลี่ยนแบตไปครั้งล่าสุด น่าจะหมดไฟจริง ๆ

 

ทันใดนั้น...

รปภ. (เอ.เจ.พระเอกตัวจริง) เดินเข้ามาถาม..

- รถเป็นไรครับพี่..

- สงสัยแบตจะหมดค่ะ ...

 

เอ.เจ พระเอกตัวจริง กล่าวว่า...

- โห..พี่ครับ พี่โชคดีจังเลย...

 

- แบตหมดเนี่ยะนะ...มันโชคดียังไงฟระ!! 

 

เนี่ยะ พี่ครับ เจ้าของร้านขายแบตเตอรี่เพิ่งเข้าไปในฟูดแลนด์เมื่อกี้นี้เอง

เดี๋ยวผมไปตามมาให้นะครับ !!

 

พักเดียว น้องเอ.เจ พระเอกตัวจริง (รปภ.)

ก็พา พี่เอ.เจ.พระเอกตัวจริงคนถัดมา (เฮียเจ้าของร้านแบต) คนนึงมา

 

- รถเป็นอะไรเหรอครับ..

- ประโยคเดิม แบตน่าจะหมดค่ะ

 

เอ.เจ. พระเอกตัวจริงคนที่สอง ว่า..

- อืม เดี๋ยวรอแป๊บนึง ผมเดินไปเอาแบตลูกใหม่ที่ร้านมาให้...

- อ้าวร้านอยู่แถวนี้เหรอค๊ะ

- ครับ รอสักห้านาทีนะครับ...

 

ห้านาทีผ่านไป

เอ.เจ.พระเอกตัวจริงที่สอง

มาพร้อมกับแบต ทำการเปลี่ยนให้สรรพเสร็จ

ในระหว่างที่เปลี่ยนติ๊งโหน่งก็ถาม

อ้าวร้านเปิดด้วยเหรอค๊ะวันนี้

ไม่เปิดครับ ปิดวันอาทิตย์ เลยพาหลานชายมาซื้อของ

(บังเอิญจัง)

 

เท่าไรค๊ะ ??

2,100 .- ครับ

อ้าวค่าบริการหล่ะค๊ะ

ไม่ต้องครับ ร้านผมอยู่ตรงนี้เอง ไม่คิดครับ..

 

จากนั้นเอ.เจ. "พระเอกตัวจริงคนที่สาม"...

ก็แสดงตน...

 

ควักตังค์จ่ายแทน...2,100 บาท

พี่ดำ แกคงกลัวติ๊งโหน่งจะรักไม่เท่ากับพระเอกสองคนนั้น

 

สรุปรวมเรื่องนี้แล้วก็คือ..

 

ขอบคุณคุณนายแจ่ม...

ที่มาเสียถูกที่ ..ถูกเวลา ..ถูกจังหวะ  ..

งานนี้ติ๊งโหน่งไม่ต้องจ่ายค่าแบต

จ่ายทิปให้รปภ. 100 เดียว...

 

นี่มันจัดฉากละครน้ำเน่าชัด ๆ เน๊อะ ว่าไหม ???

นางเอกคนเดียว พระเอกตั้งสามคนแหน่ะ !!

เบื่องาน...

posted on 18 Nov 2009 08:12 by tathinknhong

งง หล่ะซิ !!

 

อยู่ดี ๆ อีนังเย็น ทาส(รัก)ในเรือนเบี้ย

 

ในวันนี้หลุดปากคำว่า "เบื่องาน" มาได้ไงเนี่ยะ!!

 

วันนี้ขออนุญาต เพื่อน ๆ ในหมู่บ้าน

ใช้เวทีแห่งนี้ ไฮปาร์ค ด่า เพื่อนร่วมงานนิดส์นึงค่ะ

 

 

ติ๊งโหน่ง มีเพื่อนร่วมงานในตำแหน่งผู้จัดการ (เท่ากัน) 1 ตัว / คน

เป็นชาย ชาวสิงคโปร์

ชื่อ..เส็ง... แต่ตอนนี้ มันได้นามสกุลจากติ๊งโหน่งเพิ่มเต็มไปเรียบร้อยแล้ว...

เส็ง...นามสกุล เคร็ง

เส็ง  เคร็ง อายุ 32

เส็ง  เคร็ง ได้ตำแหน่งผู้จัดการคลัง เพราะ มันพูดภาษาจีน กับนายได้

เส็ง  เคร็ง ได้ตำแหน่งผู้จัดการคลัง เพราะ มันมีเมียคนไทย เลยพูดไทยได้ดี

เส็ง  เคร็ง ได้ตำแหน่งผู้จัดการคลัง เพราะอะไรอีก ติ๊งโหน่งไม่รู้ รู้แค่ว่ามันมีคุณสมบัติแค่ 2 อันนั้น

 

ต่อหน้า เจ้านาย เส็ง  เคร็ง yes ...yes ...และ yes

ติ๊งโหน่ง ไม่เคยเห็นมันบันทึกอะไรลงไปในกระดาษเลย

เส็ง  เคร็งไม่ เอาเรื่องในที่ประชุมมาบอกลูกน้องเท่าที่ควร

 

ลูกน้องจะรับรู้ได้เมื่อเกิดปัญหาผิดพลาด

คำถามที่จะถามกันประจำ อ้าว (ไอ้) เส็ง  เคร็ง ไม่ได้บอกเรื่องนี้หรอกเหรอ ???

 

เส็ง  เคร็ง ไม่ผ่านในสายตาติ๊งโหน่ง ตั้งแต่...

 

ครั้งนึง เส็ง  เคร็ง ลาพักร้อน แล้ว ไม่มอบหมายงาน ให้ลูกน้อง

ครั้งนั้น ติ๊งโหน่ง ต้องรับงานแทนแมร่งงงง ในการย้ายคลัง

ครั้งนั้นมีข้าวของ ของเจ้านายคนไทย วางอยู่

ติ๊งโหน่งก็เลยทำการโทรไปหาเจ้านายคนไทย (ซึ่งติ๊งโหน่งสนิทด้วย)

"พี่ค๊ะ ของตรงนี้ พี่จะให้เอาไว้ไหนค๊ะ เพราะเด็ก ๆ ไม่มีใครทราบ

แล้ววันนี้ ติ๊งโหน่งต้องย้ายของแล้วค่ะ"

พี่เค้าจ้างรถมาขน ไปในวันนั้น โดยที่...

พอเส็ง  เคร็งกลับมา เรื่องมันกลายเป็นว่า ผู้ใหญ่คุยกันแล้วว่าจะให้ย้ายของไปที่คลังใหม่ทั้งหมด

 

กลายเป็นว่า ติ๊งโหน่ง ไม่ได้ทำตามที่ผู้ใหญ่คุยกันไว้

สุดท้าย เส็ง  เคร็ง ให้ติ๊งโหน่ง โทรไปขอโทษผู้ใหญ่ท่านนั้น

 

อืมมมม แมน มาก มึง !!

กรูรรรส์ ทำได้ เพราะกรูรรส์แมนกว่ามึง

 

ตั้งแต่นั้น มันกับติ๊งโหน่ง ก็ยืนอยู่คนละฝั่ง

 

 

ตลอดเวลา ลูกน้องมันจะเข้ามาปรึกษาปัญหา ในการทำงาน

ติ๊งโหน่ง ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะกินแค่ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคล

ได้แค่ให้คำแนะนำ แต่ไม่สามารถเคลียร์ปัญหาให้น้อง ๆ ได้

ไม่ใช่ลูกน้องเรา ทำไป ก็จะถือว่าล้ำเส้น ...

เพราะเส็ง  เคร็ง อ้างว่า ไม่ใช่ลูกน้องลื้อ นี่ลูกน้องอั๊ว...

"เออ ดี... ไอ้ศาสตร์"

เป็นอย่างนี้อยู่หลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อวานนี้...

 

เส็ง  เคร็ง กับติ๊งโหน่ง ทะเลาะกันอย่างรุนแรง

เพราะมันหาว่าติ๊งโหน่ง ล้ำเส้น...

 

ติ๊งโหน่ง บอกได้ค่ะว่า

 

ใช่ กรูรรรส์ ล้ำเส้น...

เพราะถ้ากรูรรรส์ไม่ล้ำเส้น...

เมริงงงงส์ ก็ได้แต่นั่งกระดิกตรีนนนน อย่างเดียว

 

สรุปสุดท้าย...

ติ๊งโหน่ง ... ก็เลยปิดท้ายการประชุมเมื่อวานนี้ว่า

Do what you what to do (Fucking guy!!!) (อันหลังนี่คิดในใจ)

 

กลับมายังไม่ถึงออฟฟิศ ลูกน้องเส็ง  เคร็ง...โทรมาหา

"พี่โหน่งครับ ผมเข้าใจนะครับ...อย่าร้องไห้นะครับ"

 

สักพัก

 

อีกสาย

"พี่โหน่งค๊ะ หนูไม่ไหวแล้วค่ะ พี่โหน่งสู้ ๆ นะค๊ะ"

 

 

อีโหน่ง ยิ้มทั้งน้ำตา...

ไม่เป็นไรน้อง พี่คนดี ผี คุ้ม

 

 

เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ ค่ะ

 

ติ๊งโหน่ง ไม่แพร่งพรายอะไรตอนนี้หรอกค่ะ

แต่รับรองได้ว่า

 

งานนี้สะเทือนถึงสิงคโปร์แน่ ๆ

และรับรองว่า มันกำลังเล่นกับ "มืออาชีพ..ไม่ใช่มือสมัครเล่น"

 

 

ฝากใครไปบอกเส็ง  เคร็ง ให้ด้วยนะค๊ะ

 

"ไอ้ตี๋..เราหน่ะ มันกระดูกคนละพศ.กัน อย่าแหย่ให้อีเย็นเดือด"

 

จบข่าวค่ะ

 

ขอบคุณที่ทนอ่าน

 

ปล. ยังโกรธมันอยู่ ...แม้รู้ว่าโกรธแล้วหน้าจะแก่ แต่ยังโกรธอยู่เฟ้ยยยยย

(ไอ้ ซะ เฟรย) เส็ง นามสกุล เคร็ง

 

 

เป็นวัยรุ่นมันเหนื่อย

posted on 16 Nov 2009 21:13 by tathinknhong

 

ปูพื้น..เรื่องนี้ นิดหน่อยค่ะ

 

ข้าพเจ้ามีหลานชายหนึ่งคน ชื่อนายคิด...

เป็นลูกของพี่ปอง..

พี่ปองตีตั๋วจากไป ตั้งแต่ นายคิด ยังใช้คำนำหน้าว่า ดช. 

 

พี่ปองทิ้งมรดกก้อนขนาด อายุ 12 - 13 ไว้ให้พวกเราดูแล

 

มันคล้าย ๆ กับข้าพเจ้าท้องนอกมดลูก ยังไง ยังไง ก็ไม่รู้

 

อยู่ดี ๆ ก็มีลูกชายพรวดพราด!! ขึ้นมา 1 คนถ้วน

 

ทำตัวกันไม่ถูก..

นายคิด จะอยู่ยังไง กินที่ไหน

ในวันนั้น นายคิด เพิ่งอยู่ มอ.สอง

 

จากมอสอง เป็นมอสาม มอสี่ มอห้า และมอหก

 

และแล้วก็มาถึงทางแยก !!

มันออกจะแย่มาก ๆ

เมื่อ นายคิด สอบไม่ติดอะไรเลยในมหาลัยรัฐ...

 

 

 

ครอบครัวเราไม่ได้เป็นครอบครัวคนมีเงิน

 

แต่ทุกคนยอมลงขันให้นายคิดเรียนมหาลัยเอกชน...

 

วันนี้ นายคิด ย้ายไปอยู่บ้านพี่แก่  (พี่ชายอีกคนนึงของติ๊งโหน่ง)

พี่แก่ให้ นายคิดกินขนมวันละ 160

ได้ค่าเทอมจากข้าพเจ้า พี่แอ้ (พี่สาว) และ ต่อ (น้องชาย) 

 

แล้วเมื่อพฤติกรรมอันไม่ปกติเกิดขึ้น

พี่สะใภ้ ที่ข้าพเจ้าเรียกในนามสมมติว่า "แหล่งข่าว"

 

ทุกครั้งที่ข้าพเจ้า เห็นเบอร์ "แหล่งข่าว"

มันเป็นเหมือนสัญญาณบอกให้รู้นัย ๆ ว่า

 

เกิดอะไรผิดปกติกับหลานชายนายนี้แน่นอน

 

เช่น..เมื่อวานนี้...

 

"ฮัลโหลลลลล!! นี่คุณน้าน้อยหน่า.."

"ขา !!!!! (คราวนี้มาอารายอีกกัฟ!!)

"หลานเราหน่ะเล่นบอล..รู้หรือเปล่า"

 

ใจคิด..อืมมม ก็ดีนะค๊ะได้ออกกำลังกาย รัฐบาลสนับสนุน

แต่ปากว่า..

"อ่า !!! เรื่องมันเป็นไงหล่ะค๊ะ"

"พี่เป๋..ได้ยินเค้าคุยโทรศัพท์คุยเรื่องการแทงบอล

แถมเค้ายังมีหนังสือบอล แล้วเค้าก็ชอบดูช่องบอลบ่อยมาค่ะ"

 

อืมมมมม ตามคำให้การจากแหล่งข่าว...

เข้าข่าย ค่ะ เข้าข่าย...

แต่จะใช่หรือไม่ใช่ ติ๊งโหน่ง ฟันธงไม่ได้..

ของแบบนี้ต้องถามต้นสังกัดเค้าด้วย...

 

 

อืมมมมมม ทำไงดี..

 

 

..........

.........

.........

 

อันนี้มันต้องวางกลยุทธ์กันก่อนที่จะอ้าปากคุย

 

หลักการของวัยรุ่นมีไม่กี่อย่างค่ะคุณขา...

 

1. ต้องเป็นพวกมัน...

เช่น...จะคุยอะไร จะต้องรู้ว่ามันมีพวก เราไม่ได้อยู่ตรงข้ามมัน เราอยู่ข้างเดียวกับมัน

2. ต้องเข้าใจมัน...

เช่น จะขวางมันก็ได้ แต่เราก็เข้าใจในสิ่งที่มันเป็นอยู่

3. ต้องปิดตาข้างนึง

เช่น โอเค มันต้องทำอย่างนี้เพราะเพื่อนมันชวน เพราะปัจจัยอื่น ๆ ด้วยความจำเป็น

ถ้าไม่เสียหายอะไรมากมาย...ก็หยวน ๆ กับมันไป

4. ต้องเล่นไม้แข็งในเวลาจำเป็น

เช่น .. ต้องเอายันต์ปักหน้ามันไว้ว่า ..ตอนนี้มันมีหน้าที่อะไร คือต้องเรียน เรียน และ เรียน

ถ้าเกรดออกมาไม่ดี เอ็งมีหน้าที่จ่ายค่าซ่อมเอง ไม่ใช่หน้าที่พวกข้า ...

 

ได้พื้นฐาน สี่ข้อนี้แล้วติ๊งโหน่งก็ใช้หลักการทูตสันตวะไมตรี

ยกหูโทรไปคุยกับพ่อหลานชาย...

 

ฮัลโหลลลล..ข่าวว่าเกรดออกแล้วชิมิ๊...(เกริ่นนำ)

เหรอ ได้แต่หมา ๆ แมว ๆ เหรอ (หมายถึง D กับ C ) ฟังแล้วเหนื่อยเข้าไปอีก

เอ่อ..เทอมหน้า เจ๊ขอ มด ขอ ค้างคาวบ้างได้ไหม .. (หมายถึง A กับ B)

(มันรับปาก)

........

อ๊ะ ๆ ก่อนวางสาย...

แหล่งข่าว-พรายกระซิบ..

แจ้งมาว่า หลานชายฉันเล่นพนันบอลเหรอย๊ะ!!

(ไม่เปิดโอกาสให้มันแก้ตัวหรอก !! ต่อด้วยประโยคนี้เป็นพรวน !!)

 

...คืองี้ นายคิดหลานรัก

เจ้าก็อายุไม่ใช่ 12 หรือ 13 เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ปีนี้ก็อายุ 20 แล้ว..

ความเข้าใจของคุณน้า (ยังสาว) เข้าใจว่า

นายคิดหลานน้า...ย่อมมีชีวิตเป็นของตัวเอง

เรียกง่าย ๆ ว่า โต ๆ กันแล้ว

สิ่งที่พวก น้า ๆ มอบให้กับพ่อหลานชายคนนี้

ก็ถือว่าหลานชายคนนี้ไม่น่าจะอายใครได้

 

"ฉะนั้นแล้ว.. สิ่งที่หลานชายคนนี้จะทำลงไป

น้าสาวคนนี้เข้าใจว่า .....

หลานชายรู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรดี และอะไรไม่ดี

หลานจะโกหก หรือ จะพูดความจริง

น้าสาว คิดว่า..แม่ของเจ้า ยืนมองดูอยู่บนสวรรค์

หลานอยากเห็นรอยยิ้มของแม่ หรือ อยากเห็นแม่ร้องไห้..

น้าสาวบังคับหลานชายคนนี้ไม่ได้...

แต่น้ารู้ว่า ...หลานชายมีสมองคิดเองว่าควรจะทำยังไงนะ

วันนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก กลับไปทบทวนดูแล้วกันนะคร๊าบ

ว่าจะทำยังไงดีกับชีวิตที่ต้องเดินต่อไป

 

"รักนะเด็กโง่ ...จุ๊บุ๊ จุ๊บุ๊"

 

จากน้าสาว..ผู้เปรี้ยวที่สุดในจักรวาล !!

----จบข่าว----

 

 

ตัวอีเย็นมักจะมีความแปลกใจ อยู่สักหน่อย..

ทำม๊าย ทำมาย หน้าตาของอีเย็นเนี่ยะ

มันน่าให้คำปรึกษานักหรือไง ??

วนเวียนมาหาคำปรึกษากันอยู่นั่นแหล่ะ

เอ่อ..ใครจะรู้ความจริงบ้างว่า...

ตัวอีเย็นเอง ยังเอาตัวไม่รอดเล้ยยยยย

 

 

เช่น..วันนึง...

มีน้องนางนึง มาขอคำปรึกษาจากติ๊งโหน่ง

ว่าจะแต่งงาน..

"เนี่ยพี่โหน่งค๊ะ ว่าที่สามีบอกว่าให้หนูลาออกจากงาน

แจ้งว่าให้อยู่บ้านเฉย ๆ

ทำหน้าที่เป็นแม่บ้านสมบูรณ์แบบ

 

น้องถามว่า..เอาไงดีพี่??

 

 

 

 

..........

 

คิด

แล้วว่า..

งานนี้มันอยู่ที่แต่ละคนน้องเอ๊ยยย !!

 

แต่สำหรับพี่แล้ว

ด้วยประสบการณ์โชคโชน

พี่ขอ เซย์โน ไว้ก่อน

ไม่ใช่ไม่รักสบายนะค๊ะ

แต่ในพจนานุกรมของพี่

ยังสะกดหาคำว่า "ซินเดอเรล่า" ในโลกความจริงไม่พบ ก็แค่นั้น

 

ทำไมเหรอ...

 

 

เรื่องของเรื่อง เมื่อก่อนนี้ มีผู้ชายโชคร้ายสักคน ชื่อตาลูอี้..

ติดตั้งโปรแกรม ให้ติ๊งโหน่งนั่งนิ่ง ๆอยู่กับบ้าน

พี่ลูอี้แกรับอาสาออกไปทำงาน

ปล่อยให้เราอยู่บ้าน เราก็ดูแลบ้าน ทำกับข้าวไป

เป็นงี้อยู่ได้ ปีสองปี ติ๊งโหน่งก็เกิดอาการร้อน และ คัน

 

คือไงหล่ะ ดูเหมือนกับว่าคุณค่าตัวเอง ถดถอยลงไปทุก ๆ วัน

เหมือนตัวเองไร้ค่ายังไงไม่รู้

 

คืองี้..

เวลาคนเรา..พอมันว่าง มันมักจะฟุ้งซ่าน!!

 

วัน วัน นั่งคิด นั่งคิด และนั่งคิด

คิดเสียดายวันเวลาที่ร่วงโรยลงไป

 

แอบเผลอคิดไปว่า...

แล้วที่ผ่านมา กรูรรส์เนี่ยะร่ำเรียนไปทำไม

นั่งทบทวน เอ๊ะ เราก็ไม่ได้จบการเรือนมาซะหน่อย

 

 

คิดไปคิดมา

ติ๊งโหน่งก็เลยออกลาย

ทำการแผลงฤทธิ์กับตาลูอี้ด้วยการ...

หนีออกไปดิ้นรน หางานหาการทำ

ตาลูอี้ จัดอยู่ในประเภทแฟน ขี้หวง

ตาลูอี้ไม่ยอมความค่ะ 

 

 

ให้อยู่บ้านเฉย ๆ มีเงินใช้ทำไมไม่ชอบ

ทำไมชอบดิ้นรนและดื้อรั้น 

ทำไมต้องทำตัวอยู่นอกกรอบด้วยไม่เข้าใจ

 

ทีนี้ พอต่างคนต่างเริ่มออกลาย

สุดท้ายก็เฉลยความตอนจบว่า .. งั้นเราเลิกกันดีฟร่า

 

 ได้ เลิกก็เลิก

 

.............

 

"ซวย" เลยคร๊าบบบบ!!

 

 

เข้าใจป่ะ ตอนนั้นอ่ะ มีเงินเดือนที่ตาลูอี้ให้ใช้จ่ายประจำ

อยู่ดี ๆ ก็ขัดสนซะงั้น !!

ตอนนั้นอายุอานามก็ปาเข้าไปที่เลขสามกว่า ๆ  แล้ว

 

พอตั้งสติกลับมาทำงานใหม่ ก็บอกกับตัวเองว่า

 

เอาฟระ !! โหน่ง ยังโชคดี ที่เจอทางสว่างตอนสามสิบกว่า

ถ้าเกิดพี่แกมาขอเลิกเลี้ยงตอนสี่สิบกว่า หรือห้าสิบกว่า

ณ เวลานั้นจะทำมาหารับประทานอะไร

นอกจากไปยืนขาย กล้วยปิ้ง !! ใช่ไหมค๊ะ

 

คิดได้ดังนั้น อีเย็นก็เข้าสิงร่าง อีคุณนาย ไปโดยปริยาย

รีบขวนขวายหางานหาการทำ

โดยใช้วิชาชีพทั้งหลายทั้งปวงที่ร่ำเรียนมา

แสดงศักยภาพ "งามอย่างมีคุณค่า ในราคาน้ำอัดลม"

 

ตั้งแต่นั้นติ๊งโหน่งก็ปฏิญาณตนว่า

ต่อไปนี้นะ..

ชายท่านใด อยากรับเลี้ยงติ๊งโหน่ง

ติ๊งโหน่งไม่ว่า เลี้ยงเลยค่ะ เลี้ยงไปเลยค่ะ

เลี้ยงให้เปรมเลยนะค๊ะ

แต่ขออย่างเดียวค่ะ...

ต้องอนุญาตให้ติ๊งโหน่งนางนี้ได้ใช้สมองทั้งสองซีก

ไปกับการพัฒนาตัวเองด้วย

เงินหน่ะ ซื้อติ๊งโหน่งได้

แต่ซื้อสมองติ๊งโหน่งไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ รู้ไว้ซะ !!

 

 

 

 

 

คำเตือน..

การลงทุนมีความเสี่ยง.. ผู้ลงทุนกรุณาศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการลงทุนนะค๊ะ

 

 

ขอบคุณ..กันและกัน

posted on 14 Nov 2009 20:10 by tathinknhong

 

 

จุ๊ จุ๊ มีเรื่องจะบอก...

 

วันนี้กลับมาสีชา แดนดินถิ่นมิ่งมิตร

 

มิตรเก่ามิตรแก่ มิตรแท้ มิตรถาวร

 

และยังแถมได้เจอมิตร(เคย)สนิท นามพี่ดำ อีกด้วย

 

อ่ะแฮ่ม!! อย่า อย่าได้คิด ว่า จะชาร์จกันติดอีกหรือไม่

 

คนเคยเจ็บ เข้าใจป่ะ เจ็บแล้วต้องจำ ชิมิ๊

 

จะบอกว่า...

นี่เป็นครั้งแรกที่เจอหน้าพี่ดำ แล้วคิดถึงคนอื่น !!!

 ใครหว่า!!

 

อ๊ากกกกกกกกก ไม่บอก !!

 

 

คล้าย กับว่า วันนี้นางสาวติ๊งโหน่งเปลี้ยนไป๋ ก็ไม่เชิง

 

เพราะว่าอะไร

วันหลังจะมาเฉลย!!

 

เอาเป็นว่าแผลพี่ดำตกสะเด็ดไปเรียบร้อยเรียนเรียนฝรั่งเศสแล้วค่ะ

เพราะได้ยาขนานดี นาม กาลเวลา

แล้วก็เลยทำการเคลียร์ห้องเอาไว้ให้คนอื่นอย่างเต็มภาคภูมิแล้วค่ะ

 

ต่อให้คนที่ติ๊งโหน่งรออยู่ จะยังไม่ใช่

 

วันนั้นติ๊งโหน่งนางนี้จะยังคงกลับมาตอบใจตัวเองได้ว่า

ห้องกว้างขนาดกำปั้นมือ พร้อมสำหรับคนที่ใช่ไปตลอด

 

เมื่อก่อนที่จะเลิกกับพี่ดำ แล้วคิดว่าจะหาใครมาแทน

มักจะถามใจตัวเองว่า

"หรือคนเรา..ต้องมีหลายใจ"

มันจะได้สาแก่ใจกันไปบ้าง

แต่...อีโหน่งทำไม่ได้

รักใครทีละหลายคนไม่ได้

รักได้เป็นคน ๆ ไป

มันคงดูเหนื่อย ๆ นะ

 

 

................

 

ตลอดเวลาที่ติ๊งโหน่งนางนี้มีคนรัก

ติ๊งโหน่ง เชื่อมั่นมาเสมอว่า

ใจใช้แลกกับใจ

 

แล้ววันนึงคำว่าใจใช้แลกกับใจคนบางคนไม่ได้

เราก็นั่งถอนใจเฮือก ๆ แล้ว ยึดใจคืนกลับมา

 

ครั้นในวันที่เรารักใครสักคนน้อยลง..

เรากลับได้คุณค่าใจเราคืน

มุมมองของใครบางคนเปลี่ยนไป

เพราะพฤติกรรมที่ติ๊งโหน่งนางนี้เผื่อใจไว้สำรองความเจ็บ

เลยทำให้เหลือช่องว่าง

เพื่อ..

เพื่อให้ใครสักคนได้เข้ามาได้แบบไม่ตะขิดตะขวงหวงที่แล้วหล่ะ

 

วันนี้จึงเป็นวันที่ติ๊งโหน่งยิ้มให้พี่ดำได้อย่างแบบที่โชว์ตีนกา ไม่อายฟ้าดิน

 

ขอบคุณความแผลที่เจ็บปวด

ที่พี่ดำเคยทำไว้

ขอบคุณวันเวลา ที่แปลสภาพจิตใจ

ขอบคุณอะไรต่อมิอะไร ใหม่ ๆ ที่เข้ามาแทนที่พี่ดำ

เวลา คือตัวยาสำคัญจริง ๆ สำหรับวันนี้

 

จึงจะขอจบ..เอนทรี่นี้ด้วยคำว่า..ขอบคุณ

 

 

 

 

 

tag : ภาพประทับใจ

posted on 13 Nov 2009 07:40 by tathinknhong

 ได้รับความอนุเคราะห์ tag

จากคุณน้องปอจอมบงการ

เรื่อง Tag  : ภาพประทับใจ

 

 

 

ติ๊งโหน่ง เป็นผู้หนึ่งที่เวลาจนด้วยเกล้า

จะหาภาพมาแปะประกอบ ตล๊อดตล๊อด!!

 

วันนี้โดนtag นี้เข้า

เห็นลูกบ้านส่วนใหญ่จะเอาภาพ พ่อแม่พี่น้องมาเล่นกัน

 

ตัวติ๊งโหน่งเองนั้น เล่นรูปแม่ มาหลายรอบแล้ว เดี๋ยวแม่หน้าช้ำ เลยขอเปลี่ยนมุม

เอาแบบ หักมุม ตกเก้าอี้กันเลย ฮ่ะฮ่า

 

 

 

 

ว่าแล้วก็เล่นเลยดีฟร่า !!!

 

แปะ กติกา ให้เค้าด้วยนะ

1. ให้คุณนำภาพที่คุณ ประทับใจ มาอวด 1 ภาพ

2. บอกชื่อภาพ ,สถานที่ และ เหตุผลที่ทำให้คุณประทับใจ มาด้วยนะ

3. อย่าช้า จะรออ่าน

4. อย่าลืม ส่ง Tags ให้ชาวบ้าน ในหมู่บ้าน Exteen ด้วย 

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อภาพ : เหตุอันใดพอความรักเธอเริ่มต้น ชายทุกคนหลีกไกล เหตุอันใดเธอเคยคิดดูหรือไม่ใครล้อมกรอบตัวเอง ตั้งข้อแม้ รักเสียมากมาย จะมีชายใดเป็นได้ตาม เช่นกฎเกณฑ์เธอวางไว้ได้บ้าง จะมีทางเป็นชายของเธอ เธอเห็นใคร ใยถึงต้องหลอกตัวเอง... ชื่อภาพยาวไปไหมเนี่ยะ !!

สถานที่ : ดินแดนแห่งความรัก

 

สาเหตุที่ประทับใจ :

 

เกริ่นนำ....

 

ถ้าใครยังพอจำได้ว่า เมื่อก่อนติ๊งโหน่งรักและผูกพัน

กับพี่ยุ่นคนหนึ่ง นามว่า ชินจัง ถึงขั้นแต่งงานแต่งการกันเลยทีเดียว

 

เนื้อหา...

ในวันนั้นวันที่ไปถ่ายรูปแต่งงาน

"พี่ยุ่นยิ้มยาก"  นามชินจัง ยิ้มให้กล้องท๊างงงง วัน

ส่วนตัวเจ้าสาว ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ป่ะว่า ยิ้มมากขนาดไหน

 

หากมีใครสงสัยว่าอ้าวแล้ว รูปเจ้าบ่าวไปไหน

ขอตอบว่า ...

เจ้าสาว ขอเก็บไว้ในความทรงจำแต่เพียงผู้เดียว

(แหว่ะ !! น้ำเน่าได้อีก) 

 

 

อ่ะมาดูภาพกัน

 

 

 

 

v

 

 

v

 

 

 

v

 

 

 

 

v

 

 

 

 

 

v

 

 

 

 

 

 

v

 

 

 

เค้าว่า..ผู้หญิงจะสวยที่สุดในวันแต่งงาน

 

ฉันไม่เชื่อหรอกหย่ะ !! ฉันสวยทุกวัน ฮ่ะฮ่า !!!

 

เฮ้อ... ทำ tag นี้ไปก็คิดถึงคนเคยรักไป

อ่ะเรื่องแต่งงาน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ

"คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า"

ติ๊งโหน่งออกมาซะนาน

จนไม่รู้ว่าจะเข้าไปอีกดีไหมน๊ะ ท่านผู้ชม..

 

ขอส่งต่อ tag ให้ใครดีหว่า

อ่ะ ..

น้องกูล เด็กมอ ปลาย ธรรมดา / คุณบินสูง / คุณขอบฟ้า

มหา'ลัย ชีวิต

posted on 12 Nov 2009 15:32 by tathinknhong

เมื่อเช้า น้องที่ออฟฟิศ โดนติ๊งโหน่ง เหวี่ยง ซึ่ง ๆ หน้า ค่ะ

 

เล่นกัน โช๊ะ ๆ เลยค่ะ มันจะได้จำหน้าคนเหวี่ยงได้

 

ความว่า..

เมื่อเช้ามีการมอบหมาย (คล้าย ๆ โบ้ย) งานให้กับน้องนางหนึ่ง

 

แต่น้องนางนี้ตีตนปฏิเสธ มาตั้งแต่ติ๊งโหน่งยังไม่ได้ขยับปากสั่งการใด ๆ

 

น้องนางนี้ ก็บอกประหนึ่งว่า ทำไม่ได้ เพราะมีงาน 1 2 3  ถึง 10 ต้องทำประจำอยู่

 

อืมมมมมม !!

 

ฟังมันต่อ..

 

น้องว่า ตอนที่หนูเข้ามา..เขาไม่ได้ให้หนูมาทำอย่างนี้เนี่ยะ

 

 

บางคนอ่านดูแล้วอาจจะไม่ปี๊ดดดดดดดด

แต่ติ๊งโหน่งปี๊ดดดดดดดด ไปแล้วค่ะ

 

จะกระโดดสกายคิ๊ก มัน ก็จะเสียกิริยา เลย นั่ง นิ่ง ๆ

พูดด้วยโทนเสียงสูง ๆ ต่ำ ๆ ตามความดันของโลหิตว่า..

 

"น้องเอ้ย !! มานี่ มานั่งใกล้ ๆ

พี่จะเล่านิทาน "หลังตื่นจากฝัน" ให้ฟัง"

 

....

 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (สิบสี่สิบห้าปีที่แล้ว)

อันตัวข้านี้ นามสมมติความตามท้องเรื่องว่า "อีเย็น"

เดินทางไกลจากรั้วมหา'ลัย มาเพื่อสมัครงาน..

 

ในวันนั้น ข้าฯ น้อยเนี่ยะมีเพียง อาวุธติดตัว อันเดียว

เป็นแค่กระดาษเลอะหมึก ที่เรียกว่า วุฒิปริญญา 1 ใบ

 

วิทยายุทธที่เหลือนั้น ข้าฯ กา ลงไปในใบสมัครด้วยคำว่า

"ไม่มีประสบการณ์" 

 

อาวุธที่ข้าฯ ถือมานั้นไม่ได้ระบุวิชาชีพดังที่เขาต้องการเช่น

 

วิชาชีพธุรการ

 

วิชาชีพจดรายงานประชุม

 

วิชาชีพติดต่อราชการ

 

วิชาชีพแพ็คของ

 

วิชาชีพผู้นำคน

 

วิชาชีพประสานงาน

 

วิชาชีพคีย์ Invoice 

 

หรือแม้กระทั่งวิชาชีพถ่ายเอกสาร/ส่งแฟกซ์

 

 

แต่ข้าฯ ยึดถือคัมภีร์ สองอย่างคือ

"คัมภีร์ด้านได้..อาย-อด"

กับ ...

"คัมภีร์ครูพักลักจำ"

แล้วกำแน่น ๆ ไว้แค่นั้น 

 

ในวันนั้น เค้าก็ไม่ได้บอกจอมยุทธน้อยอย่างข้าซะด้วยว่า

ข้าฯ ต้องทำ และไม่ทำอะไร ...เพิ่มเติมจากตำแหน่งที่ข้าฯ สมัครไป

ตัวข้าฯ ผู้เพิ่งหลุดจากรั้วมหาลัย ก็งง ๆ เอ๋อ ๆ

 

เอาฟระ !! ให้ตรู ทำอะไร ตรูก็จะทำ

 

 

จากวันเป็นเดือน ...

 

จากเดือนเป็นปี ...

 

จากปี เป็น สิบปี ...

 

ข้าเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ชื่อว่า "ประสบการณ์"

ที่ไม่มากไม่น้อย

 

 

แต่ตอนนี้ผลผลิตนาม "ประสบการณ์"

ทำให้ข้าฯ ได้มานั่ง..ตัวอ้วนต่อหน้าเอ็งด้วยตำแหน่งผู้จัดการ

คอยสั่งการให้เอ็งทำโน่นทำนี่

 

ในวันนี้ ศิษย์ผู้น้องอย่างเจ้า จะไม่รับงานนี้ไปทำก็ได้

เพราะมันไม่ได้ทำให้งานของข้าฯ มากขึ้น อะไร

แต่ที่ข้าฯ จะผลักภาระนี้ให้กับเจ้า

เพียงเพื่ออยากจะให้เจ้าได้เก็บเกี่ยวผลผลิตที่เรียกว่า

"ประสบการณ์" ในแบบที่ข้าฯ ได้เก็บเกี่ยวมาก็แค่นั้น

 

หากเจ้าจะไปทำงานที่สำนักงานอื่น ๆ

เจ้าจะได้กรอกลงไปในช่องประสบการณ์ หรือหน้าที่รับผิดชอบได้มากกว่า

หน้าที่ที่เจ้านั่งทำอยู่ประจำได้บ้าง

 

นี่แหล่ะ ที่เค้าเรียกกันว่า "มหาลัยชีวิต" ซึ่งเจ้าจะเก็บเกี่ยวหน่วยกิจ

ไปจนถึงวันที่เจ้านั่งกินเงินบำเน็จ บำนาญ จำไว้ !!

 

 

อ่ะ เอา ไป ท่อง ก่อนนอน

"ประสบการณ์..ไม่มีขาย อยากได้ต้องหาเอา" โอมพ่วง !!

 

 


บานตะไท

posted on 11 Nov 2009 11:42 by tathinknhong

 

กลับดึก อยู่ก็ลึกในซอยเปลี่ยว

โดดเดี่ยว ดึกอย่างนี้ไม่มีผู้คน

เดินเข้าไปหัวใจจะหล่น

ถ้าคอยกังวลอยู่อย่างนี้ทุกทีคงแย่

 

 

..โปรดทราบ..

ขณะนี้ ติ๊งโหน่ง ย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ที่แห่งใหม่

แบบเรียบร้อยโรงเรียนรามอินทราแล้วค่ะ

 

 

แต่....

 

 

 

 

 

ของในบ้านยังจัดไม่เสร็จ...

 

เพราะ

ไม่รู้จะเอาวางไว้ตรงไหนบ้าง

.......

 

 

 

ก็คนมันเคยอยู่ในที่แคบ ๆ

หรือจะเรียกอีกอย่างนึงว่า

โดนกะลาครอบมานานพอควร

พอโดนเปิดกะลา จึงรู้ว่า

 

บ้านมีมากกว่า ห้องเล็ก ๆ ที่เมื่อก่อนใช้เป็น

ที่ซุกหัวนอน = ที่นอน

ที่ดูทีวี = บนที่นอน

ที่กินข้าว = บนที่นอน

ที่เล่นเน็ท = บนที่นอน

ที่นั่งอ่านหนังสือ = บนที่นอน

ที่ฟังเพลง = บนที่นอน

ที่ทำอย่างอื่น 

ฯลฯ / etc. ก็บนที่นอน อีกหน่ะแหล่ะ

คือเรียกง่าย ๆ กิจกรรมต่าง ๆ จะถูกจัดขึ้นบนที่นอนเท่านั้น

ต้องเข้าใจนะค๊ะ คนเคยอยู่เมืองนอก (เหรอ?) มาก่อน ถนัดทำอะไรในที่แคบ ๆ

 

 

แล้ววันนึง มรดกก้อนโต ตกใส่ตัก

 

ติ๊งโหน่งเลยออกแนวเคว้งคว้าง

ทำตัวไม่ถูกในบ้านหลังใหม่ และ ใหญ่กว่าเดิม 4 เท่า

เคยเดินไปเดินมาไม่กี่ก้าวก็ชนฝาผนังห้อง

แต่ในวันนี้ จะตกอยู่ในภวังค์

เออ ของอันนี้ตรู เอาไว้ห้องไหนฟระ

กำลังจะนอน เอ๊ะ ลืมปิดไฟห้องนั้นหรือยัง

กำลังจะไปอาบน้ำ อ้าว ลืมผ้าเช็ดตัว

ต้องเดินไปหยิบเครื่องสำอางที่อยู่ในตู้เย็น ซึ่งตอนนี้ตู้เย็นอยู่ในห้องครัว

เฮ้อออออ ทำตัวไม่ถูกอ่ะ

ดูโลกมันเวิ้งว้างว่างเปล่า

(เว่อร์ไปป่ะเนี่ยะ?)

คนไม่เคยครอบครองห้องหลาย ๆ ห้อง ก็ไม่แปลกใช่ป่ะ

 

 

เคยเม้าส์ไปบ้างแล้วว่าบ้านนี้มีหน้าต่าง ไม่มากเท่าไร

แค่ 22 บาน

วันนี้ติ๊งโหน่งขอแก้ไขตัวเลขนิดนึงค่ะ

 

จริง ๆ แล้ว มีจำนวน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

24 บานค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ขอโทษที่แจ้งผิด

 

ไม่ใช่บานเดี่ยวค่ะ บานคู่ หมายความว่า

48 บาน ยังไม่รวมมุ้งลวดอีก 24 บาน

เบ็ดเสร็จแล้ว 72 บาน

 

เอ่อ

กิจกรรมหลัก ๆ ของชีวิตติ๊งโหน่งมีแค่..

 

จะเข้าบ้านตอนสองทุ่ม

ทำการเปิดหน้าต่างเสร็จตอนสี่ทุ่ม

 

ส่วนตอนเช้า

ติ๊งโหน่ง เริ่มทยอยปิดหน้าต่างก่อนมาทำงาน

ตอนตีหน้าเศษ ค่ะ

แปดโมงก็ได้เวลามาทำงานพอดี

 

 

วันนี้เม้าส์ไม่มากนะค๊ะเหนื่อยปิด-เปิดหน้าต่างค่ะ

 

 

ปล.

ฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ

ส่งกระแสจิตไปยัง True vision ให้ก้าวผ่านเวลา

มาติดตั้งสัญญาณทีวีให้ด้วยค่ะ

 

ติ๊งโหน่งนั่งจ้องทีวี มานานแล้ว

อยากเห็นภาพมากกว่าฝุ่นบนจอทีวีค่ะ

 

ฝากช่วยกันดลจิตดลใจให้เค้ามาติดตั้งให้ในเร็ววันด้วยเถอะ

สาธุ๊ !!!

 

 

(วันนี้ติ๊งโหน่งเอารูปบ้านใหม่ บางส่วนมาให้ยลโฉมนะค๊ะ)

นี่คือห้องนอน

นี่มุมแต่งตัว

นี่ราวแขวนผ้า

 

แฮะ ๆ ยังไม่มีงบซื้อตู้

 

นี่ห้องน้ำ

นี่คือส้วม..

 

นี่คือห้องรับแขก

 

 

ห้องครัว

 

 

ภายนอก

 

สวนเกษตร ที่คนข้างบ้านขอเข้ามาทำแทนสวนยุโรป

ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่า...

โห้ยยยย มาได้ไงเนี่ยะ !!

 

นอกนั้น จะเป็นมุมของระเกะระกะ ค่ะ

ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไร

เอาไว้เสร็จเรียบร้อยจะเชิญเพื่อน ๆ

ไปเจิมบ้านใหม่กันนะค๊ะ

 

 

วันนี้ขอรายงานเพียงเท่านี้ค่ะ

ต้องรีบกลับบ้าน

ไปทำการเปิดหน้าต่าง ฮ่ะฮ่า

 

ไปกินกาแฟ กันไหม๊

posted on 09 Nov 2009 15:27 by tathinknhong

ตะ แลน แตน แต๊น !!

 

หะโหน่ง มาแว้ววววว

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา

กลับบ้านราชบุรี มาค่ะ

 

ที่บ้านมีทำบุญบ้าน เลี้ยงส่ง ย่า ไปสวรรค์

(จริง ๆ แล้ว ท่านไปได้พักใหญ่แล้ว ไปคราวนี้ไปงานทำบุญครบรอบ 100 วัน)

 

นี่ภาพ..ตอนสมัยแกยังอยู่เห็นป่ะ ??

เก๋เชียว คนที่นั่งบนเก้าอี้

ถ่ายเอาไว้ตอนสงกรานต์

พิธีรดน้ำดำหัว ไม่ได้สนใจลูกชายแกเลย มองกล้องอย่างเดียว

 

(อ่ะ อย่าดื่อ อย่าซนนะ)

จุ๊กกรู๊รรรร

ภาพรวม คนทุก Generation ของครอบครัว

 

แต่ตอนนี้ ย่าแกชิ่งไปรวมแก๊งค์กับคุณนายวันดีเรียบร้อยแล้วววววว

 

อย่าค่ะ  อย่านะ  อย่าเลยค่ะ

อย่าแสดงความเสียใจใด ๆ ทั้งสิ้น

ย่าแก่แล้ว ไปสบาย

ถ้าจะแสดงความเสียใจ

ให้เสียใจกับคนที่ยังอยู่ ที่ต้องดิ้นรน กันไป

 

 

..................

 

กลับบ้านไปคราวนี้

เหมือนเคยค่ะ ไปทำตัว เกะ ๆ กะ ๆ

 

ประหนึ่งว่า ... ไปเติมเต็มให้คนในงานเค้าเยอะ ๆ

ดูเหมือนว่าบ้านเรามีคนนับหน้าถือตาเยอะดีค่ะ

 

 

ตกบ่าย ก็เริ่มว่าง

พี่แอ้ (พี่สาว) เลยชวนไปเที่ยวร้านกาแฟ ของเพื่อนนาง

 

เพื่อนนางเปิดร้านกาแฟ สวยงาม

ชื่อร้าน "กาแฟ คนรักษ์สวน"

เลยออกนอกเมืองราชบุรีมาสักหน่อย

ใครรู้จักวัดหนองหอย เรียกว่าไปง่ายมาก

ใครไม่รู้จักวัดหนองหอย แนะนำให้ไปถามคนที่ราชบุรี รับรองมีคนบอกทางแน่ ๆ

(โบ้ยยย กันเห็น ๆ )

 

 

 

นี่คือหน้าตาร้าน

นี่บรรยากาศโดยรวม..

 

 

นี่หน้าตาเจ้าของร้าน (เสื้อดำ..ชื่อน้องปอ) เวลาไปจะได้ไม่พลาดเป้า !!

v

v

v

 

อันนี้เด็กเสริฟ .. "พี่แอ๋ม !!"  เพื่อนพี่สาวติ๊งโหน่ง..

(ใครจะรู้ได้บ้าง คนวัยเฉียดสี่สิบ ยังทำผมทรงนี้กันอยู่ ฮ่ะฮ่า)

 

ร้านนี้คุณพ่อและคุณแม่เจ้าของร้าน เป็นนักจัดสวน

บรรยากาศร้านจึงเต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์

เข้าไปนั่งเสพกาแฟ เค้าจะมีอ็อกซิเจนแถมให้เต็มปอดด้วยค่ะ

กาแฟ อร่อยค่ะ ติ๊งโหน่ง ฟันธง !!!

ทีสำคัญไม่แพงด้วย !!!

 

 

ใครที่ไป แล้วจะไปซุกซนเหมือนที่ติ๊งโหน่งซน

แบบนี้ ....

 

 

 

 

จะซนแบบไหนก็ได้..

เจ้าของร้านเค้าไม่ว่า

(มั๊ง !!!!!????????)

ไปกันเหอะ

ไปอุดหนุนกัน ร้านน่ารักเชียว

ใครเฉี่ยว ๆ ไปแถวราชบุรี

ติ๊งโหน่งแนะนำ

 

 

เชื่อก็ได้ ไม่เชื่อไม่ได้นะจ๊ะ

ของเขาดีจริง ๆ

 

(ขอบคุณภาพแผนที่ จาก internet...

จขบ.ไม่มีปัญญาวาดให้ เดี๋ยวจะหลงออกพม่ากันซะก่อน!!)

ไปกันเลย ไปกันเลย

ร้านหาง่าย เลี้ยวเข้าวัดหนองหอย  ร้านอยู่ขวามือเลยค่ะ

 

ปุจฉา : วัดหนองหอยมีอะไรดี?

วิสัจฉนา : มีเจ้าแม่กวนอิม ส่วนใหญ่คนไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมกันค่ะ /

จะแวะร้านกาแฟก่อนหรือหลัง ได้บุญเท่ากันค่ะ

 

 

 

 

----จบข่าว เข้าละครค่ะ----