ปูพื้น..เรื่องนี้ นิดหน่อยค่ะ
ข้าพเจ้ามีหลานชายหนึ่งคน ชื่อนายคิด...
เป็นลูกของพี่ปอง..
พี่ปองตีตั๋วจากไป ตั้งแต่ นายคิด ยังใช้คำนำหน้าว่า ดช.
พี่ปองทิ้งมรดกก้อนขนาด อายุ 12 - 13 ไว้ให้พวกเราดูแล
มันคล้าย ๆ กับข้าพเจ้าท้องนอกมดลูก ยังไง ยังไง ก็ไม่รู้
อยู่ดี ๆ ก็มีลูกชายพรวดพราด!! ขึ้นมา 1 คนถ้วน
ทำตัวกันไม่ถูก..
นายคิด จะอยู่ยังไง กินที่ไหน
ในวันนั้น นายคิด เพิ่งอยู่ มอ.สอง
จากมอสอง เป็นมอสาม มอสี่ มอห้า และมอหก
และแล้วก็มาถึงทางแยก !!
มันออกจะแย่มาก ๆ
เมื่อ นายคิด สอบไม่ติดอะไรเลยในมหาลัยรัฐ...
ครอบครัวเราไม่ได้เป็นครอบครัวคนมีเงิน
แต่ทุกคนยอมลงขันให้นายคิดเรียนมหาลัยเอกชน...
วันนี้ นายคิด ย้ายไปอยู่บ้านพี่แก่ (พี่ชายอีกคนนึงของติ๊งโหน่ง)
พี่แก่ให้ นายคิดกินขนมวันละ 160
ได้ค่าเทอมจากข้าพเจ้า พี่แอ้ (พี่สาว) และ ต่อ (น้องชาย)
แล้วเมื่อพฤติกรรมอันไม่ปกติเกิดขึ้น
พี่สะใภ้ ที่ข้าพเจ้าเรียกในนามสมมติว่า "แหล่งข่าว"
ทุกครั้งที่ข้าพเจ้า เห็นเบอร์ "แหล่งข่าว"
มันเป็นเหมือนสัญญาณบอกให้รู้นัย ๆ ว่า
เกิดอะไรผิดปกติกับหลานชายนายนี้แน่นอน
เช่น..เมื่อวานนี้...
"ฮัลโหลลลลล!! นี่คุณน้าน้อยหน่า.."
"ขา !!!!! (คราวนี้มาอารายอีกกัฟ!!)
"หลานเราหน่ะเล่นบอล..รู้หรือเปล่า"
ใจคิด..อืมมม ก็ดีนะค๊ะได้ออกกำลังกาย รัฐบาลสนับสนุน
แต่ปากว่า..
"อ่า !!! เรื่องมันเป็นไงหล่ะค๊ะ"
"พี่เป๋..ได้ยินเค้าคุยโทรศัพท์คุยเรื่องการแทงบอล
แถมเค้ายังมีหนังสือบอล แล้วเค้าก็ชอบดูช่องบอลบ่อยมาค่ะ"
อืมมมมม ตามคำให้การจากแหล่งข่าว...
เข้าข่าย ค่ะ เข้าข่าย...
แต่จะใช่หรือไม่ใช่ ติ๊งโหน่ง ฟันธงไม่ได้..
ของแบบนี้ต้องถามต้นสังกัดเค้าด้วย...
อืมมมมมม ทำไงดี..
..........
.........
.........
อันนี้มันต้องวางกลยุทธ์กันก่อนที่จะอ้าปากคุย
หลักการของวัยรุ่นมีไม่กี่อย่างค่ะคุณขา...
1. ต้องเป็นพวกมัน...
เช่น...จะคุยอะไร จะต้องรู้ว่ามันมีพวก เราไม่ได้อยู่ตรงข้ามมัน เราอยู่ข้างเดียวกับมัน
2. ต้องเข้าใจมัน...
เช่น จะขวางมันก็ได้ แต่เราก็เข้าใจในสิ่งที่มันเป็นอยู่
3. ต้องปิดตาข้างนึง
เช่น โอเค มันต้องทำอย่างนี้เพราะเพื่อนมันชวน เพราะปัจจัยอื่น ๆ ด้วยความจำเป็น
ถ้าไม่เสียหายอะไรมากมาย...ก็หยวน ๆ กับมันไป
4. ต้องเล่นไม้แข็งในเวลาจำเป็น
เช่น .. ต้องเอายันต์ปักหน้ามันไว้ว่า ..ตอนนี้มันมีหน้าที่อะไร คือต้องเรียน เรียน และ เรียน
ถ้าเกรดออกมาไม่ดี เอ็งมีหน้าที่จ่ายค่าซ่อมเอง ไม่ใช่หน้าที่พวกข้า ...
ได้พื้นฐาน สี่ข้อนี้แล้วติ๊งโหน่งก็ใช้หลักการทูตสันตวะไมตรี
ยกหูโทรไปคุยกับพ่อหลานชาย...
ฮัลโหลลลล..ข่าวว่าเกรดออกแล้วชิมิ๊...(เกริ่นนำ)
เหรอ ได้แต่หมา ๆ แมว ๆ เหรอ (หมายถึง D กับ C ) ฟังแล้วเหนื่อยเข้าไปอีก
เอ่อ..เทอมหน้า เจ๊ขอ มด ขอ ค้างคาวบ้างได้ไหม .. (หมายถึง A กับ B)
(มันรับปาก)
........
อ๊ะ ๆ ก่อนวางสาย...
แหล่งข่าว-พรายกระซิบ..
แจ้งมาว่า หลานชายฉันเล่นพนันบอลเหรอย๊ะ!!
(ไม่เปิดโอกาสให้มันแก้ตัวหรอก !! ต่อด้วยประโยคนี้เป็นพรวน !!)
...คืองี้ นายคิดหลานรัก
เจ้าก็อายุไม่ใช่ 12 หรือ 13 เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ปีนี้ก็อายุ 20 แล้ว..
ความเข้าใจของคุณน้า (ยังสาว) เข้าใจว่า
นายคิดหลานน้า...ย่อมมีชีวิตเป็นของตัวเอง
เรียกง่าย ๆ ว่า โต ๆ กันแล้ว
สิ่งที่พวก น้า ๆ มอบให้กับพ่อหลานชายคนนี้
ก็ถือว่าหลานชายคนนี้ไม่น่าจะอายใครได้
"ฉะนั้นแล้ว.. สิ่งที่หลานชายคนนี้จะทำลงไป
น้าสาวคนนี้เข้าใจว่า .....
หลานชายรู้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรดี และอะไรไม่ดี
หลานจะโกหก หรือ จะพูดความจริง
น้าสาว คิดว่า..แม่ของเจ้า ยืนมองดูอยู่บนสวรรค์
หลานอยากเห็นรอยยิ้มของแม่ หรือ อยากเห็นแม่ร้องไห้..
น้าสาวบังคับหลานชายคนนี้ไม่ได้...
แต่น้ารู้ว่า ...หลานชายมีสมองคิดเองว่าควรจะทำยังไงนะ
วันนี้ไม่ต้องพูดอะไรมาก กลับไปทบทวนดูแล้วกันนะคร๊าบ
ว่าจะทำยังไงดีกับชีวิตที่ต้องเดินต่อไป
"รักนะเด็กโง่ ...จุ๊บุ๊ จุ๊บุ๊"
จากน้าสาว..ผู้เปรี้ยวที่สุดในจักรวาล !!
----จบข่าว----